เจ แกรนด์ สาทร - กัลปพฤกษ์
เจ แกรนด์ สาทร - กัลปพฤกษ์



เจ แกรนด์ สาทร - กัลปพฤกษ์

โครงการ J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ จาก J.S.P. บนพื้นที่ 12-3-94.4 ไร่ มี 120 ยูนิต ลักษณะโครงการเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น พิเศษด้วยฟังก์ชั่นใหม่ที่ให้มากถึง 5 ห้องนอน
 
ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจติดถนนใหญ่กัลปพฤกษ์ เข้าออกสาทรสะดวก ใกล้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก ด้านข้างติดกับโครงการสำเพ็ง 2 ซึ่งเป็นโครงการของทาง J.S.P. เช่นกัน มีตลาดน้ำสำเพ็ง 2 ในระยะที่เดินเท้าเข้าถึงได้ นอกจากนั้นยังมีห้างรองรับการใช้งานอย่าง Big C, Tesco Lotus และ Makro รวมถึงร้านอาหารมากมายตลอดเส้นกัลปพฤกษ์ ในราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท (มี.ค. 60)
 
สิ่งอำนวยความสะดวก ครบครันด้วยอาคารคลับเฮ้าส์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำและฟิตเนส สวนสาธารณะรอบโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐานด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ CCTV 24 ชม.
 
ที่ตั้งโครงการ :
ติดถนนใหญ่ ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค 10160
พิกัด Google Map : 13.682910, 100.413656
 
 
แผนที่จากทางโครงการ
 
 
J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ ช่วงใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก โดยทำเลดังกล่าวมี สำเพ็ง 2 โครงการอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของทาง J.S.P. เช่นกัน เป็นโครงการที่ยกระดับความเจริญของทำเลกัลปพฤกษ์ช่วงปลายนี้ให้มีความคึกคักมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดน้ำสำเพ็ง 2 หลักจากที่ทาง J.S.P. ประสบความสำเร็จจากโครงการดังกล่าว จึงเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยต่อโดยมีทั้งรูปแบบแนวตั้งคือ J Condo สาทร - กัลปพฤกษ์ คอนโดสูง 25 ชั้น และโครงการต่อมาคือโครงการที่เรามารีวิวกันในวันนี้ J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ ทาวน์โฮม 3 ชั้น
 
การเดินทางสำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว เป็นหลักในเข้าออกตัวเมือง สะดวกดีเพราะวิ่งตรงอย่างเดียวก็ถึงสะพานตากสินข้ามฝั่งไปสาทร หรือจะเลือกไปทางสะพานพระราม 3 เพื่อไปลงถนนพระราม 3 เข้าเจริญราษฎร์ เข้านราธิวาสไปยังสาทรได้สะดวกเช่นกัน แต่ในขณะที่การใช้รถสาธารณะก็ไม่ได้น่าสนใจน้อยไปกว่ากัน ยิ่งอนาคตอันใกล้นี้ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะเปิดให้ใช้บริการแล้ว มีทางเลือกทั้ง BTS และ MRT เพราะฉะนั้นคนที่ชอบเดินทางด้วยรถสาธารณะเองก็ถือว่าอยู่ในทำเลที่เข้าถึงสะดวก โดยการใช้งาน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีหลักสอง ส่วน BTS สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีวุฒากาศ
 
 
เรื่องความอุดมสมบูรณ์ แน่นอนว่าสถานที่ที่น่าสนใจใกล้โครงการที่สุดคือสำเพ็ง 2 ที่อยู่ด้านข้างติดกับโครงการ J Grand โดยมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ 7-11 เพื่อรองรับความต้องการของทั้งคนในโครงการเองและลูกค้าที่แวะเวียนมาจับจ่ายซื้อของหรือมาเที่ยวตลาดน้ำ ในขณะที่ถนนกัลปพฤกษ์เองก็มีร้านอาหารชื่อดังอยู่หลายร้านตลอดทั้งเส้นยกตัวอย่างเช่น ร้านซ้งโภชนา, ร้านส้มตำเจ้าคุณ, ร้านอาหารอิ่มปลาเผา, ชาบูนางใน, อิ่มทิพย์มหาชัยซีฟู้ด และอีกมากมาย แต่ถ้ามองเป็นพวกห้างก็มีตัวเลือกไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่นห้างที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตมีครบทั้ง Big C, Tesco Lotus และ Makro หรือแหล่งช้อปปิ้งก็มีทั้ง เดอะมอลล์ บางแค, เดอะมอลล์ ท่าพระ และเซ็นทรัล พระราม 2 ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาหากเป็นช่วงที่รถไม่ติดเดินทางด้วยรถส่วนตัว 5 - 10 นาทีก็ถึงที่หมายแล้วค่ะ
 
 
ตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ซะทีเดียว แต่จะต้องผ่านถนนสาธารณะประโยชน์ของทาง J.S.P. เอง ความยาวประมาณ 300 เมตร ซึ่งถนนดังกล่าว 2 ข้างทางไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกบ้านภายในโครงการ จากภาพจะเห็นว่าทำเลดังกล่าวมีความสะดวกเวลาเดินทางออกจากบ้านมากทีเดียวเพราะอยู่ใกล้ 3 แยกที่ให้เราเลือกเดินทางได้ตามจุดหมาย หากจะไปสาทรจะต้องไปกลับรถที่แยกดังกล่าวระยะห่างจากปากทางเข้าโครงการเพียง 500 เมตร หรือถ้าจะไปทางด้านบนสู่เพชรเกษมก็มีสะพานข้ามแยกไปส่งอีกฝั่งของถนนได้โดยตรง หรือจะไปพระราม 2 ก็เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
 
 
รูปแบบของที่ดินโครงการเป็นแบบหน้าแคบแต่ยาวลึกเข้าไปด้านใน ซึ่งรูปแบบที่ดินอันนี้เองที่เรามองว่าเป็นข้อดี เพราะทำให้การจัดวางตัวบ้านแต่ละคลัสเตอร์มีความหนาแน่นเพียงแค่ 4 ยูนิตต่อแปลงหันหน้าเข้าหากันสองฝั่ง หรือพูดง่ายๆ ว่าซอยย่อยนึงมีบ้านพักอาศัยเพียง 8 หลัง ให้ความสงบและความเป็นส่วนตัวสูงมากต่างจากโครงการทั่วไป รอบด้านส่วนมากเป็นที่ดินเปล่าซะส่วนใหญ่เป็นป่าเป็นสวน มีด้านข้างที่เกือบจะติดกับสำเพ็ง 2 และทางด้านหลังที่ติดกับบ้านพักอาศัยดั้งเดิมซึ่งทางเข้าของบ้านพักอาศัยดังกล่าวอยู่ทางฝั่งถนนเอกชัยค่ะ ไม่ได้มาวุ่นวายกับทางโครงการ J Grand
 
การเดินทาง :
 
 
เส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังโครงการในวันนี้ เริ่มออกเดินทางจากถนนรัชดาภิเษก บริเวณรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู มุ่งหน้าไปยังถนนกัลปพฤกษ์ โดยตัวโครงการจะอยู่ช่วงปลายของถนนกลัปพฤกษ์ก่อนที่จะถึงถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกเพียงเล็กน้อย ใกล้กับโครงการสำเพ็ง 2 โดยมีภาพประกอบการเดินทางดังนี้
 
สรุปการเดินทาง : ถนนรัชดาภิเษก > BTS ตลาดพลู > ถนนราชพฤกษ์ > แยกสวนเลียบ (แยกราชพฤกษ์ - กัลปพฤกษ์) > ถนนกัลปพฤกษ์ > J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์
 
 
เริ่นต้นอธิบายจากบริเวณ BTS ตลาดพลูฝั่งที่มุ่งหน้าขาออกไปยังกัลปพฤกษ์
 
 
ผ่าน BTS วุฒากาศให้เตรียมชิดซ้าย
 
 
เลี้ยวซ้ายไปยังถนนกัลปพฤกษ์ ฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก 
 
 
เข้าสู่ถนนกัลปพฤกษ์ วิ่งตรงอย่างเดียวไปจนสุดถนน จะผ่าน Makro กับ Big C
 
 
จากนั้นจะถึงทางเข้าโครงการ J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ โดยจะถึงก่อนสำเพ็ง 2 เพียงเล็กน้อย
 
บริเวณโครงการ :
 
 
สถานที่สำคัญบริเวณโครงการ :
  • สำเพ็ง 2 : 100 เมตร
  • Big C กัลปพฤกษ์ : 2.0 กม.
  • Makro กัลปพฤกษ์ : 4.2 กม.
  • Tesco Lotus กัลปพฤกษ์ : 4.4 กม.
  • The Mall ท่าพระ : 10.0 กม.
  • The Mall บางแค : 4.5 กม.
  • Tesco Lotus บางแค : 5.8 กม.
  • Seacon Square บางแค : 8.9 กม.
  • Makro บางบอน : 2.0 กม.
  • Central Plaza พระราม 2 : 8.7 กม.
  • Big C พระราม 2 (1) : 6.5 กม.
  • Big C พระราม 2 (2) : 8.9 กม.
  • Tesco Lotus พระราม 2 : 9.6 กม.
  • ร.พ. นครธน : 8.5 กม.
  • ร.พ. บางมด : 11.8 กม.
  • ร.พ. บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล : 13.3 กม.
 
แยกและถนนสำคัญใกล้เคียง :
  • ถนนกาญจนาภิเษก : 500 ม.
  • ถนนราชพฤกษ์ (แยกสวนเลียบ) : 7.8 กม.
  • ถนนเพชรเกษม (แยกต่างระดับเพชรเกษม) : 3.8 กม.
  • ถนนพระราม 2 (แยกต่างระดับพระราม 2) : 5.2 กม.
  • ถนนเอกชัย (แยกบางขุนเทียน) : 4.4 กม.
  • ถนนรัชดาภิเษก (แยกท่าพระ) : 11.3 กม.
  • ถนนตากสิน (วงเวียนใหญ่) : 11.8 กม.
  • ถนนตากสิน (แยกมไหสวรรย์) : 11.4 กม.
  • ถนนสุขสวัสดิ์ (แยกพระราม 2) : 14.6 กม.
 
เราไปเดินชมบรรยากาศบริเวณโครงการกันค่ะ
 
 
ทางเข้าโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่ ถนนกัลปพฤกษ์
 
 
ถนนดังกล่าวเป็นถนนขนาด 2 เลน มีไหล่ทางกว้างทำให้เวลาเข้าออกโครงการสะดวก และปลอดภัยขึ้น
 
 
ฝั่งตรงข้ามเป็นโครงการสำเพ็ง 2 โครงการอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น เจ้าของเดียวกันกับ J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ ที่เรามาชมกันในวันนี้ นั่นก็คือ J.S.P. นั่นเองค่ะ
 
 
ทางเข้าโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกนี้เป็นป้อมยามที่อยู่ติดถนนใหญ่ ตรงจุดนี้ใช้กรองรถและบุคคลชั้นต้น ยังไม่มีไม้กระดกกั้นหรือการติดต่อแลกบัตรแต่อย่างใด
 
 
ทางเข้าโครงการ J Grand ต้องเข้าไปตามถนนสาธารณะประโยชน์นี้อีกประมาณ 300 เมตร ช่วงถนนดังกล่าวตกแต่ง 2 ข้างทาง ด้วยต้นไม้และไม้ประดับสวยงาม
 
 
เข้ามาจากถนนใหญ่ประมาณ 300 เมตร เจอสะพานข้ามคลองบางโคลัด พอลงสะพานมาก็จะเป็นทางเข้าโครงการ J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์
 
 
ป้ายโครงการเรียบแต่หรูหา
 
 
ด้านหน้าโครงการจัดเป็นสวนสาธารณะขนาดพอประมาณ ลูกบ้านสามารถมาเดินเล่นหรือช่วงเย็นจะมาปูเสื่อนั่งปิกนิกพักผ่อนก็ได้
 
 
ด้านหลังสวนติดกับคลองบางโคลัด ซึ่งคลองตรงนี้จะเป็นคลองที่ยาวมาจากตลาดน้ำสำเพ็ง 2
 
 
สามารถเดินเข้าออกตลาดน้ำสำเพ็ง 2 ได้โดยตรงจากจุดนี้
 
 
พื้นที่บริเวณหัวมุมนี้กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างอาคาร Clubhouse ของโครงการ ทางเข้าออกอาคารจริงๆ จะอยู่ฝั่งด้านในค่ะ
 
 
เข้าไปชมด้านในโครงการกันดีกว่าค่ะ ซุ้มทางเข้าโครงการขนาดใหญ่ผสมผสานความโดดเด่นของลายไม้เข้ากับผนังหินอ่อน ช่วยบังแดดบังฝนเวลาลูกบ้านเข้าออกผ่านโครงการได้จริง
 
 
สำหรับระบบคีย์การ์ดเพื่อเปิดไม้กระดกใช้แบบ Easy Pass เหมือนบนทางด่วนคือเพียงขับผ่านไม้กระดกจะเปิดให้เองอัตโนมัติ กล้องวงจรปิด 2 ตัวบริเวณช่องทางเข้า จับใบหน้าและป้ายทะเบียนรถทุกคันที่ผ่านเข้าไปด้านใน
 
 
ผ่านซุ้มประตูเข้ามา ภาพรวม First impression 
 
ด้านขวามือจัดเป็นสวนสาธารณะ รวมถึงอาคาร Clubhouse ที่ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงของการก่อสร้าง (มี.ค. 60) โดยจะอยู่ด้านหลังแนวผ้าใบลายสีเขียวธรรมชาติ
 
 
ภาพ perspective ของอาคารคลับเฮ้าส์มีทั้งห้องฟิตเนสและสระว่ายน้ำ
 
 
ถนนเมนโครงการกว้าง 12 เมตร บ้านพักอาศัยช่วงแรกจะมีเพียงแค่ด้านเดียวคือทางฝั่งขวา ส่วนด้านซ้ายเป็นแนวกำแพงที่ด้านหลังกำแพงเป็นที่ดินสวนเปล่าโล่งๆ ไม่มีอะไรบดบังทัศนวิสัย
 
 
ตัวบ้านคลัสเตอร์แรกที่อยู่ด้านหน้าสุด ปัจจุบันใช้งานเป็นสำนักงานขาย และบ้านตัวอย่าง
 
 
อีกหนึ่งจุดเด่นของทางโครงการคือในแต่ละซอยย่อยจะมีบ้านเพียงแค่ 8 ยูนิตแบ่งเป็นฝั่งละ 4 ยูนิต นั่นหมายถึงการให้บรรยากาศที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง
 
 
โซนทางด้านในยังอยู่ในช่วงของการเก็บงาน และก่อสร้างอยู่ ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านในเพื่อความปลอดภัยค่ะ
 
บ้านตัวอย่าง :
แบบบ้านภายในโครงการมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบได้แก่
  • Four Fairfield : ทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม. ที่ดินเริ่ม 18.5 ตร.ว. / 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • Five Kensington : ทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม. ที่ดินเริ่ม 18.5 ตร.ว. / 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
แบบบ้านทั้งสองแบบ รูปแบบโดยทั่วไปนั่นเหมือนกัน โดยจุดที่แตกต่างกันมีเพียงจุดเดียวคือจำนวนห้องนอนที่ชั้น 3 ที่แตกต่างกันคือจำนวน 4 และ 5 ห้องนอน หากเป็นแบบบ้าน Four Fairfield ชั้น 3 จะมีเพียงห้องนอนใหญ่เพียงห้องเดียวสไตล์เพนท์เฮ้าส์ ส่วนแบบ Five Kensington ชั้น 3 จะแบ่งห้องนอนออกเป็น 2 ห้อง
 
สำหรับแบบบ้านที่เราจะเข้าไปชมกันในวันนี้คือแบบบ้าน Four Fairfield หรือแบบ 4 ห้องนอน ขนาดหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 18.5 ตร.ว. ตัวบ้านได้รับแรงบันดาลใจมาจากแบบบ้านสไตล์อังกฤษ พร้อมด้วยระบบ Passive Cooling ช่วยระบายความร้อนให้บ้านเย็นระหว่างวัน
Four Fairfield
  • ชั้น 1 : ที่จอดรถด้านหน้าสำหรับ 2 คัน ชั้นล่างใช้งานเป็นห้องนั่งเล่นและห้องทานข้าวที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกัน ด้านข้างมีห้องนอน 1 ห้องที่เหมาะทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ หรืออาจจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์แทนก็ได้ในกรณีที่ในครอบครัวไม่มีผู้สูงอายุ หรือถ้าไม่ต้องการต่อเติมห้องครัวไทยที่ลานซักล้างด้านหลัง ก็ทำห้องอเนกประสงค์ดังกล่าวให้เป็นห้องครัวก็ได้ซึ่งจะได้เป็นครัวปิดที่มีบานเลื่อนกั้นส่วน
  • ชั้น 2 : มีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง โดยห้องที่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้านจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่าด้วยระเบียงส่วนตัว พื้นที่ walk - in closet และทางเข้าออกห้องน้ำที่สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ส่วนห้องนอนอีกห้องจะอยู่ทางด้านหลัง
  • ชั้น 3 : ชั้นนี้เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ทั้งชั้น ด้วย Master Bedroom สไตล์ Penthouse ฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันสามารถแบ่งเป็น พื้นที่ห้องนอน, มุมนั่งเล่น, ระเบียง และมีห้องน้ำในตัว
บ้านตัวอย่าง :
 
 
 
ลานจอดรถด้านหน้าสำหรับ 2 คัน แต่เนื่องด้วยขนาดหน้ากว้าง 5 เมตร อาจจะต้องเป็นรถในขนาดเล็กหรือ Compact Car เท่านั้น หากเป็นรถคันใหญ่ อาจจะจอดได้เพียงแค่คันเดียว พื้นลานจอดรถของจริงให้เป็นพื้นคอนกรีตขัดหยาบ
 
 
หากใช้พื้นที่จอดรถสำหรับจอดรถเพียงแค่คันเดียว พื้นที่ด้านข้างอาจจะทำเป็นมุมนั่งเล่นด้วยการยกพื้นสูงแบบบ้านตัวอย่างก็ได้
 
 
หน้าต่างตรงจุดนี้โดยทั่วไปแล้วจะเป็นเพียงช่องแสงธรรมดา แต่สำหรับโครงการนี้จะทำช่องตรงจุดนี้ให้พิเศษขึ้นด้วยลักษณะที่สามารถวางของได้ คล้ายเป็นตู้โชว์วางของตกแต่ง
 
 
เฉลียงบ้านยกสูงเล็กน้อยปูด้วยกระเบื้องเซรามิค
 
 
ประตูบ้านแบบบานเลื่อนวัสดุกรอบอลูมิเนียมสีดำ กระจกสีเขียวตัดแสง ด้านข้างประตูเพิ่มช่องกระจกเข้าไปทั้งสองด้านเพื่อให้ภายในบ้านรับแสงจากภายนอกได้มากขึ้น มือจับประตูเซาะร่อง
 
 
เข้ามาภายในบ้านส่วนแรกคือห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 × 60 ซม. เพดานบ้านสูง 2.7 เมตร ผนังไม่มีวอลล์เปเปอร์แต่ให้เป็นผนังสีขาวฉาบเรียบตามปกติ ห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวาง จัดวางโซฟาชุดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางได้สบาย แบบในบ้านตัวอย่างวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งให้ดูเป็นตัวอย่าง
 
 
ผนังฝั่งตรงข้ามโซฟา เริ่มจากหน้าบ้านเข้าไปคือ บันไดทางขึ้นชั้น 2, ชั้นวางทีวี, ห้องน้ำ และห้องนอนชั้นล่าง ช่องว่างตรงผนังระหว่างห้องน้ำและบันได ใช้งานเป็นชั้นวางทีวีขนาดค่อนข้างจำกัด วางทีวีใหญ่สุดได้ไม่เกิน 50 นิ้ว
 
 
ห้องน้ำชั้นล่าง พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องผิวหยาบกันลื่น ผนังปูแกรนิตโต้ผิวเรียบหรูหราทำความสะอาดง่าย
 
 
อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวทรงครึ่งวงกลม American Standard
 
 
โถสุขภัณฑ์ของ American Standard เช่นกัน พื้นที่ใช้งานเกือบ 1 เมตร มีสายชำระและที่แขวนทิชชู่พร้อมใช้งาน
 
 
มีฝักบัวสำหรับอาบน้ำ แต่พื้นที่การใช้งานไม่ได้แบ่งแยกส่วนแห้งส่วนเปียกให้ ฝักบัวอาบน้ำแขวนบนราวแขวนที่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้พร้อมที่วางสบู่ในตัว 
 
 
ไปที่มุมทานอาหาร โต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง อาจจะเพิ่มขนาดโต๊ะให้ยาวกว่านี้เพื่อรองรับสำหรับ 6 คนก็ได้เพราะทางด้านซ้ายยังเหลือพื้นที่อีกพอสมควร
 
 
ห้องนอนชั้นล่างของจริงประตูจะเป็นแบบบานเลื่อนกระจก ไม่ได้เปิดโล่งแบบนี้ บริเวณมุมห้องมีหน้าต่างเข้ามุม ซึ่งหน้าต่างตรงนี้ช่วยเรื่องความโปร่งสบาย ลดความทึบภายในห้องได้เยอะ
 
 
สำหรับห้องนี้ทางโครงการปรับเปลี่ยนจากห้องนอน ทำเป็นห้องอเนกประสงค์ใช้งานเป็นห้องซ้อมดนตรี ด้านหลังมีหน้าต่างที่จะตรงกับลานซักล้าง
 
 
ทางออกไปยังลานซักล้างด้านหลัง มีประตูบานเลื่อนเช่นกันค่ะ ไม่ได้เปิดโล่งแบบนี้ สำหรับลานซักล้างนี้ ทางโครงการทำเป็นห้องครัว
 
 
ด้านซ้ายจัดเป็นแนวเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุม ติดตั้งซิงค์และเตาไฟฟ้า
 
 
อีกด้านใช้งานเป็นมุมเก้าอี้ทรงสูงนั่งจิบกาแฟ หน้าต่างจุดนี้เชื่อมต่อกับห้องนอนชั้นล่าง ที่ทางโครงการทำเป็นห้องซ้อมดนตรีเมื่อสักครู่นั่นเอง ส่วนมุมทางด้านในบิลท์อินเฟอร์นิเจอร์เป็นตู้เก็บของ เว้นช่องวางตู้เย็น
 
 
หลังคาด้านหลังแบ่งเป็นแบบโปร่งแสงครึ่งนึงและแบบทึบครึ่งนึง แต่อย่าลืมว่าห้องครัวนี้ดัดแปลงมาจากลานซักล้างด้านหลังที่ของจริงจะเป็นพื้นที่เปล่าเปิดโล่ง และยังต้องเว้นพื้นที่สำหรับวางปั๊มน้ำแทงค์น้ำด้วย
 
 
กลับมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อจะขึ้นไปชมด้านบนชั้น 2 กันต่อ
 
 
ตำแหน่งบันไดอยู่ด้านหน้าสุด บันได 3 ขั้นแรก ซ่อนลิ้นชักไว้ 3 ช่อง ใช้งานเป็นช่องเก็บรองเท้า หรือของใช้ทั่วไป เช่น ของเล่นเด็กหรืออุปกรณ์เครื่องมือช่าง
 
 
ช่องวางของตกแต่งบริเวณช่องแสงที่ส่องเข้ามายังทางเดินขึ้นลงบันได
 
 
ราวจับตลอดทางเพิ่มความปลอดภัยและขึ้นลงได้สะดวก
 
 
ช่องเล็กๆ ตรงนี้วางของจุกจิกได้ประมาณนึง
 
 
มองย้อนลงไปดูชั้นพักบันได เป็นรูปแบบสามเหลี่ยม
 
 
ขึ้นมายังบริเวณโถงชั้น 2 พื้นปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. โถงจุดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวจ่ายไปยังห้องนอน 2 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง
 
 
เริ่มจากห้องนอนที่อยู่ทางด้านหลังบ้านก่อน ห้องนี้ทางโครงการไม่ได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอน แต่ทำเป็นห้องทำงานแทน ในห้องวางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ด้านหลังบิลท์เป็นชั้นวางของเก็บเอกสาร ด้านข้างมีหน้าต่างให้แสงธรรมชาติ
 
 
มองย้อนกลับไปทางประตูห้อง ช่องตรงนี้ทำเป็นมุมวางโซฟานั่งเล่น ซึ่งหากการใช้งานจริงถ้าเป็นห้องนอน ตรงจุดนี้จะเหมาะสำหรับทำเป็นมุม walk - in closet วางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง
 
 
เข้าไปดูห้องน้ำกันต่อ ความพิเศษของห้องน้ำชั้น 2 คือสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือจากห้องโถง และห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน
 
 
ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้ง และส่วนเปียกได้เป็นสัดส่วนน่าใช้งาน อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนกับห้องน้ำชั้นล่าง
 
 
พื้นที่ส่วนเปียก ขนาดใช้งานประมาณ 150 × 90 ซม. ก่อขอบธรณีกันน้ำไหลสูงเล็กน้อย ฝักบัวและราวแขวนแบบปรับระดับได้
 
 
ต่อไปเป็นห้องนอนที่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่การใช้งานจะใหญ่กว่าห้องก่อนหน้านี้ที่เป็นห้องทำงาน เตียงนอนวางไซส์ 5 ฟุตให้ดูเป็นตัวอย่าง เหลือทางเดินข้างเตียง 2 ฝั่งประมาณ 1 ฟุต
 
 
ภาพรวมๆ ภายในห้องนอน แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ มุมวางเตียงนอน มุมนั่งเล่น และมุม walk - in closet หน้าห้องน้ำ
 
 
ด้านนี้ทำเป็นมุมนั่งเล่น โดยบิลท์ชั้นวางทีวีเชื่อมต่อยาวไปยังตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำ พื้นที่สำหรับใช้ยืนแต่งตัวกว้างขวาง กางแขนกางขาเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เต็มที่
 
 
ขึ้นไปชมด้านบนชั้น 3 กันต่อค่ะ
 
 
ขึ้นไปสุดบันไดเลี้ยวซ้ายเข้าห้องนอน ย้ำอีกทีนะคะว่าแบบบ้านที่เราชมอยู่นี้เป็นแบบบ้าน 4 ห้องนอน ที่จะแตกต่างกับแบบบ้าน 5 ห้องนอนคือจำนวนห้องนอนบนชั้น 3 นี่เอง
 
 
สำหรับห้องนอนนี้จะเป็นห้องนอนทั้งชั้น ในรูปแบบของ Penthouse ต้องบอกก่อนว่าจริงแล้วห้องนอนทั้งชั้นจะเปิดโล่งไม่มีการกั้นแบ่งส่วนใดๆ เหมือนกับบ้านตัวอย่าง ที่ทำให้ดูเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น
 
 
ห้องนอนจัดวางให้อยู่ตำแหน่งทางฝั่งหน้าบ้าน โดยวางเตียงคิงไซส์ 6 ฟุตให้ดูเป็นตัวอย่าง
 
 
ทางเดินปลายเตียงเหลือประมาณ 1 เมตรหลังจากบิลท์ชั้นวางทีวีแล้ว ผ่านเข้าออกสะดวก
 
 
ด้านนอกเป็นระเบียงห้องนอน ทางเข้าออกระเบียงเป็นประตูบานเลื่อน
 
 
พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาดความยาวเท่ากับขนาดหน้ากว้างของบ้านคือ 5 เมตร
 
 
มุมห้องจุดนี้ใช้งานเป็นมุมอเนกประสงค์นั่งพักผ่อนหรือทำงาน
 
 
มุมมองจากชั้น 3 ของบ้านตัวอย่าง มองเห็นทางเข้าโครงการ สวนหย่อมและคลับเฮ้าส์ในอนาคต
 
 
 
ด้านข้างโครงการยังเป็นพื้นที่รอการพัฒนา ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าเป็นสวน
 
 
กลับเข้ามาบริเวณหน้าประตูห้องนอนชั้น 3 การใช้งานตรงส่วนนี้จะเป็นห้องน้ำ และ walk - in closet
 
 
เข้ามาดูภายในพื้นที่ walk - in closet ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์เป็นตู้เสื้อผ้าแบบโอเพ่น ไม่มีบานปิด เสริมด้วยลิ้นชักใส่อุปกรณ์เครื่องแต่งกาย
 
 
การใช้งานสะดวกเพราะอยู่หน้าห้องน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็เข้ามาแต่งตัวได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านส่วนของห้องนอนให้พื้นเปียก
 
 
เข้ามาดูภายในห้องน้ำ ห้องน้ำชั้น 3 อ่างล้างหน้าจะแตกต่าง โดยใช้เป็นรูปทรงเหลี่ยม มีช่องเก็บของด้านล่าง โดยเป็นของยี่ห้อ Lavenz โถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนเดิม
 
 
พื้นที่ส่วนเปียกอาบน้ำ ก่อขอบธรณีเป็นตัวแบ่งส่วนกันน้ำไหลไปยังส่วนแห้ง
 
ต่อไปเราจะพาเข้าไปดูแบบบ้านเปล่าบ้างค่ะ จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าลูกค้าจะได้รับอะไรบ้าง 
 
บ้านมาตรฐาน :
 
 
หน้าบ้านให้เป็นรั้วเหล็กบานเฟี้ยม ทาสีขาว พื้นเทคอนกรีตขัดหยาบ
 
 
ภายในตัวบ้านมาตรฐาน พื้นแกรนิตโต้ 60 × 60 ซม. ผนังฉาบเรียบสีขาว ห้องนอนชั้นล่างประตูบานเลื่อน และมีกระจกเข้ามุม ทางออกไปยังลานซักล้างด้านหลังเป็นประตูบานสวิงธรรมดา
 
 
ลานซักล้างด้านหลัง จริงๆ วางแทงค์น้ำเพียงแทงค์เดียว พื้นที่การใช้งานจะกว้างกว่านี้ค่ะ
 
 
ขึ้นไปดูชั้น 2 ต่อค่ะ
 
 
ห้องนอนทางฝั่งหลังบ้าน หน้าต่างจะเป็นบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีดำ กระจกเขียวตัดแสง
 
 
ห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน
 
 
ระเบียงชั้น 2
 
 
ระเบียงขนาดยาวเท่าหน้ากว้างบ้าน 5 เมตร กว้างประมาณ 60 ซม.
 
 
ขึ้นมายังห้องนอนชั้น 3
 
 
ของจริงจะเปิดโล่งแบบนี้
 
 
ระเบียงทางฝั่งหน้าบ้าน
 
 
ห้องน้ำอยู่ทางด้านหลัง
 
 
ห้องน้ำเหมือนกับในแบบบ้านตัวอย่าง
 
 
แผงควบคุมไฟของ Schneider
 
สรุป :
ทำเลที่ตั้งโครงการ : J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ช่วงปลายหรือช่วงที่ใกล้กับถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งใกล้กับโครงการที่ทุกท่านน่าจะรู้จักกันดีคือ สำเพ็ง 2 เจ้าของเดียวกันกับ J Grand หรือ J.S.P. พร๊อพเพอร์ตี้ ทำเลดังกล่าวถือว่ามีสำเพ็ง 2 เป็นศูนย์กลางที่จะนำพาความเจริญเข้ามาสู่ย่านนี้ โดยสังเกตเห็นได้ว่าปัจจุบันเริ่มมีหมู่บ้านจัดสรร และที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดเข้ามาทำตลาดบ้างแล้ว ประกอบกับเส้นกัลปพฤกษ์เองมีประสิทธิภาพในการรองรับการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำหลากหลายแบรนด์ และร้านอาหารชื่อดังอีกมากมาย
 
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว : จุดเด่นคือเรื่องการเข้าเมือง เพียงกลับรถที่เลยหน้าโครงการไปเล็กน้อย วิ่งตรงอย่างเดียวมุ่งหน้าสู่สะพานตากสินเข้าสาทรได้เลย พร้อมทั้งยังมีแผนสำรองอย่างถนนพระราม 3 ที่ไปเชื่อมกับเจริญราษฎร์และนราธิวาสฯ เข้าเมืองได้เช่นกัน ในเรื่องของการจราจรนั้นในส่วนของเส้นกัลปพฤกษ์เองถ้าเป็นตรงหน้าโครงการที่ถือว่าเป็นช่วงปลาย รถจะไม่ค่อยติด แต่ถ้าเป็นช่วงต้นตรงบริเวณทางแยกกัลปพฤกษ์ - ราชพฤกษ์ (แยกสวนเลียบ) จะมีรถสะสมพอสมควรในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่หลังจากที่แยกดังกล่าวเปิดใช้สะพานข้ามไปยังราชพฤกษ์โดยตรง ทำให้การจราจรไหลลื่นขึ้นเยอะ ยิ่งถ้าหากเป็นช่วงระหว่างวันนี่ขับสบายมากรถไม่ติดเลยค่ะ
 
การเดินทางโดยรถสาธารณะ : ทางเลือกนี้อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่สะดวกนักเพราะด่านแรกเลยคือ ถนนสาธารณะหน้าโครงการที่จากซุ้มประตูไปถึงถนนใหญ่ ระยะอยู่ที่ 300 เมตร ถามว่าเดินไหวมั้ยก็พอได้อยู่แต่อย่าลืมเรื่องอากาศร้อนและแดดของไทยนะคะว่าหนักหนาอยู่พอสมควร ด้านหน้าโครงการเรียกหาแท๊กซี่ได้ง่ายมีวิ่งผ่านให้ใช้งานได้ตลอด ส่วนการไปใช้งานรถไฟฟ้าสำหรับสถานี BTS วุฒากาศ หรือ MRT สถานีหลักสอง (ในอนาคต) การจะเข้าถึงตัวสถานีคงต้องใช้งานรถแท๊กซี่เป็นหลัก เพราะการเลือกใช้งานวินเรามองว่าเป็นระยะที่ไกลเกินไปสำหรับรถมอเตอร์ไซค์
 
บ้านและวัสดุ : J Grand สาทร - กัลปพฤกษ์ เป็นโครงการในรูปแบบของทาวน์โฮม สูง 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ออกแบบในสไตล์อังกฤษร่วมสมัย พร้อมระบบประหยัดพลังงาน Passive cooling system ช่วยระบายความร้อนให้บ้านเย็นตลอดวัน พื้นที่โครงการขนาดเกือบ 13 ไร่ มีบ้านพักอาศัยจำนวน 131 ยูนิตซึ่งถือว่าเป็นจำนวนยูนิตที่ไม่มาก โดยเฉพาะรูปแบบการจัดวางที่ให้แต่ละซอยย่อยมีเพียงแค่ 8 ยูนิต ให้ความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศที่เงียบสงบสูงทีเดียว
 
รูปแบบของตัวบ้านมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ 4 และ 5 ห้องนอน ซึ่งเลย์เอาท์โดยรวมเหมือนกันต่างกันเพียงชั้น 3 ของบ้านแต่ละหลังที่ห้องนอนไม่เท่ากัน หากเป็นแบบบ้าน Four Fairfield ที่มี 4 ห้องนอน ชั้นบนสุดจะมีห้องนอนใหญ่เพียงห้องเดียวในสไตล์ของ Penthouse แต่ถ้าเป็น Five Kensington ที่มี 5 ห้องนอน ชั้นบนสุดก็จะมีให้มา 2 ห้องนอน โดยรูปแบบที่แตกต่างจากโครงการทาวน์โฮมทั่วไปคือ มีห้องนอนชั้นล่างสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ที่อาจเปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์ใช้งานตามไลฟ์สไตล์ ระเบียงห้องนอนทั้งชั้น 2 และ 3 มีขนาดเท่ากับหน้ากว้างบ้านคือ 5 เมตร ใช้งานได้อย่างเต็มพื้นที่ ห้องนอนแต่ละห้องมีขนาดใหญ่ให้วางเตียงไซส์ 5 ฟุตได้ทุกห้อง (ยกเว้นห้องนอนชั้นล่าง)
 
สิ่งอำนวยความสะดวก : ภายในโครงการมีอาคาร Clubhouse เป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักอันประกอบด้วยสระว่ายน้ำและห้องฟิตเนส ส่วนหน้าตาอาคารของจริงออกมาจะเป็นอย่างไรต้องรอดูกันอีกที เพราะ ณ วันที่เข้าไปเก็บภาพ (มี.ค. 60) ตัวอาคารอยู่ในช่วงเพิ่งเริ่มก่อสร้างเท่านั้นค่ะ นอกจากนั้นก็มีสวนหย่อมกระจายอยู่รอบๆ ข้อดีอีกอย่างนึงคือด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยเพียง 131 ยูนิต ทำให้ความหนาแน่นของคนที่จะมาใช้งานน้อยตามไปด้วย ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐานด้วยเจ้าหน้าที่รปภ. และ CCTV 24 ชม. ผ่านเข้าออกใช้ระบบ Easy Pass เพื่อเปิดไม้กระดก
 
ขอบคุณที่มาของข้อมูล : http://www.homenayoo.com
 
 



<< ย้อนกลับ